วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

[OS] Daomu biji : เทียนไขกับเทียนเจิน

#dmbjdaily‬ project หัวข้อ “เทียน”
Title: เทียนไขกับเทียนเจิน
Pairing: ไม่มีค่ะ นายน้อยแค่บ่นกับตัวเอง แต่จะบอกว่าเป็นผิงเสียก็ได้ค่ะ
Rate: PG


............................................


ผมนั่งมองเปลวเทียนบนโต๊ะทำงานมาได้ซักพักแล้ว ตรงหน้ามีสมุดบัญชีที่เปิดค้างไว้อยู่ แสงจากเทียนเล่มน้อยแม้ไม่ได้ช่วยให้มองเห็นมากมายแถมยังจะพาให้สายตาเสีย แต่ก็ยังดีกว่าทนตรวจงานท่ามกลางความมืดของคืนข้างแรมล่ะนะ



วันนี้ไม่รู้เป็นวันซวยอะไร การไฟฟ้าสั่งตัดไฟเพื่อซ่อมบำรุงแหล่งจ่ายไฟใหญ่ประจำปีพอดี ผมต้องรีบเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จภายในคืนนี้ พรุ่งนี้ต้องเดินทางขึ้นเหนือกันแต่เช้าแล้ว จะปล่อยทิ้งค้างคาไว้ก็กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้กลับมาสะสางอีก



ถึงคราวนี้ผมจะไม่ได้พาหวังเหมิงไปด้วย แต่งานบางอย่างยังฝากไว้กับเขาไม่ได้ จริงอยู่ที่ในช่วงเก้าปีมานี้หวังเหมิงเก่งขึ้นมากพอจะเป็นมือขวาให้แก่ผมได้ จนผมอดคิดไม่ได้ว่าดีแล้วที่เมื่อตอนนั้นไม่ได้ไล่เจ้าลูกน้องหกร้อยหยวนนี่ออกไป



ช่วงหลายปีมานี้ผมผ่านอะไรมามากมาย หลังจากทำใจเรื่องเสี่ยวเกอได้ผมก็เริ่มเข้าไปบริหารกิจการของอาสามอย่างเต็มตัว อาศัยการช่วยเหลือจากเสี่ยวฮัวสร้างฐานอำนาจ คัดเลือกพวกเลือดใหม่สร้างทีมสำหรับคว่ำกรวยที่เป็นของผมโดยเฉพาะขึ้นมา ในช่วงสองสามปีแรกผมไม่ได้ติดต่อหานายอ้วนเลย เรื่องของหยุนไฉ่มีผลต่อจิตใจของเขาเกินไปผมไม่อยากไปรบกวน



จนหลังจากนั้นได้ซักหนึ่งปี ย่างเข้าฤดูหนาวปีที่ 4 ที่เสี่ยวเจอจากไป ผมออกตรวจหน้าด่านร่วมกับเสี่ยวฮัวตามปกติ เมื่อกลับมาที่ร้านหวังเหมิงบอกว่ามีคนมารอพบเป็นเพื่อนเก่าของผม คนๆ นั้นคือนายอ้วน เขาดูเปลี่ยนไปมากดูผอมลงกว่าเดิมรอบหนึ่งได้ หน้าตาดูแก่ลงจากตอนที่เราแยกกันซักสิบปี ผมของเขาเริ่มมีสีดอกเลาแซมน้อยๆ แล้ว



ผมถามเขาว่ามีธุระอะไรถึงได้มาหา นายอ้วนขมวดคิ้วเอ่ยปากว่า ‘นายดูแปลกไปนะเทียนเจิน เหมือนทำอะไรหายไปซะแล้ว สิ่งที่สำคัญมากซะด้วย’



ผมหัวเราะ เข้าใจความหมายในคำพูดของเขาเป็นอย่างดี เอ่ยตอบเขาไปด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ‘ถ้าการทิ้งบางอย่างไปจะทำให้ฉันได้ครอบครองสิ่งที่ต้องการ ฉันก็ยอม’



หลังจากนั้นเราพูดคุยถึงเรื่องเก่าๆ กันอีกนิดหน่อย นายอ้วนมาหาคราวนี้เพราะได้ข่าวมาว่าผมกลายเป็นตะเกียบคีบลามะเจ้าใหญ่แทนที่อาสามไปแล้ว เขาคงนึกเป็นห่วงสภาพจิตใจของผม ในวงการคว่ำกรวยนี้หากไม่ใช่เดนตาย ก็มีแต่ผู้มีอิทธิผลเบื้องหลังทั้งนั้น แต่พอมาเห็นตัวผมในตอนนี้เขาคงวางใจได้ แม้จะแอบเสียดายบางอย่างอยู่



นายอ้วนออกปากอาสาจะเป็นผู้ช่วยให้ถ้าผมจะลงดินครั้งต่อไป เรื่องส่วนแบ่งเขาไม่เกี่ยง ขอแค่ค่าน้ำร้อนน้ำชาซักสามสิบเปอร์เซ็นต์เป็นพอ ผมยิ้มให้เขาจับมือตกลงร่วมงานกัน หลังจากนั้นทุกครั้งที่ผมทำงานใหญ่ข้างกายจะมีนายอ้วนเคียงข้างเสมอ บางครั้งหวังเหมิงที่ผมเพิ่งค้นพบว่ามีฝีมือพอตัวก็จะไปด้วย ส่วนเสี่ยวฮัวหลังจากนายอ้วนกลับมาเขาขออยู่เป็นแนวหลังช่วยผมแทน





.....................



วูบ..



เปลวแสงเริ่มวูบไหวเมื่อตัวเทียนเหลือเพียงหนึ่งในสี่ นี่ผมเหม่อไปนานขนาดนี้เชียว?



น้ำตาเทียนหลอมละลายไหลหยดลงยังพื้นเบื้องล่าง อีกไม่นานเทียนเล่มนี้คงมอดดับไป ตัวผมเองก็คงจะเป็นแบบนั้น กลิ่นคาวเลือดชโลมสองมือ สีแดงทับถมจนกลายเป็นสีดำ ล้างอย่างไรก็ไม่มีวันออก ตัวตนเมื่อเก้าปีก่อนของผมถูกไฟของโลกเบื้องหลังเผาไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ไส้เทียน



คำพูดของเสี่ยอ้วนในวันนั้นยังก้องอยู่ในหัวผมเสมอ ของสำคัญที่ผมทำหายไป ยอมละทิ้งมันไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ…



“เทียนเจินอู๋เสีย”






fin.


289 days left… ก่อนเราจะพบกันที่ฉางไป๋ซาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หน้าเว็บ